<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ยาเสพติดและเยาวชน]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/166271</link>
<guid isPermaLink="false">18920a42d61c089e4acfeecedf5050e7</guid>
<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 13:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ยาเสพติดและเยาวชน<br />
เมื่อพูดถึงปัญหายาเสพติด คนส่วนใหญ่ก็มักจะมุ่งความสนใจไปที่กลุ่มผู้ผลิตผู้ค้าและ ผู้เสพยาเสพติด โดยเฉพาะผู้เสพยาเสพติดที่เป็นเยาวชน ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรงจึงทำให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดา ครู ผู้ปกครอง องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนต่างก็ให้ความสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการพยายามสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เด็กและเยาวชนให้มีชีวิตที่ดีงาม ห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งต้องระมัดระวังทั้งในเรื่องของการสรรหาวิธีการและเลือกเฟ้นเนื้อหา ข้อความที่เข้าถึงเยาวชนได้ตรงจุด ทั้งนี้เพราะเด็กและเยาวชนนั้นจะมีลักษณะพิเศษ เช่น ไม่ชอบให้ใครว่ากล่าว ตักเตือนตรง ๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่แต่จะรับข่าวสารข้อมูล ได้มากขึ้นถ้า เยาวชนด้วยกันเป็นผู้ให้ข่าวสารข้อมูลนั้น หรือตนเองเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสื่อสารด้วย&nbsp;<br />
ป้องกันตนเอง ไม่ใช้ยาโดยมิได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และจงอย่าทดลอง เสพยาเสพติดทุกชนิดโดยเด็ดขาด เพราะติดง่ายหายยาก&nbsp;<br />
ป้องกันครอบครัว ควรสอดส่องดูและเด็กบุคคลในครอบครัว &nbsp;หรือที่อยู่รวมกัน อย่าให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องคอยอบรมสั่งสอนให้รู้ถึงโทษและภัยของยาเสพติด หากมีผู้เสพยาเสพ ติดในครอบครัวจงจัดการให้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล&nbsp;<br />
ป้องกันเพื่อนบ้าน โดยช่วยชี้แจงให้เพื่อนบ้านเข้าใจถึงโทษและภัยของยาเสพติด โดยมิให้ เพื่อนบ้าน รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้องถูกหลอกลวง และหากพบว่าเพื่อนบ้านติด ยาเสพติดจงช่วยแนะนำให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล&nbsp;<br />
ป้องกันโดยให้ความร่วมมือกับทางราชการ &nbsp;เมื่อทราบว่าบ้านใด ตำบลใดมียาเสพติดแพร่ระบาด ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ตำรวจทุกแห่งทุกท้องที่ทราบ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/20230315ee6c5b61ae2f372987343939cea09fa7132834.png' type='image/png' length='1048595' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัวและในความสัมพันธ์]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/166270</link>
<guid isPermaLink="false">ac4cd536086715357cc8103eb90fa344</guid>
<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 13:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ความรุนแรงในครอบครัวและในความสัมพันธ์<br />
ความรุนแรงในครอบครัวและในความสัมพันธ์คือพฤติกรรมการข่มขู่ทำร้ายในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด หรือความสัมพันธ์แบบอื่นๆในครอบครัว ซึ่งคนๆหนึ่งอยู่ในสถานะที่มีอำนาจเหนืออีกคนหนึ่งและทำให้เกิดความกลัว &nbsp;มีชื่อเรียกหลายอย่างเช่น ความรุนแรงในความสัมพันธ์ ความรุนแรงในครอบครัว หรือความรุนแรงของคู่รัก</p>

<p>ความรุนแรงแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบ &nbsp;ยกตัวอย่างเช่น ระหว่างสามีและภรรยา หรือแฟนหญิงกับชาย &nbsp;ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก หรือผู้ใหญ่กับพ่อแม่ที่แก่ชรา &nbsp;หรือระหว่างคนในครอบครังขยาย เช่น ป้า ลุง หรือ ปู่ย่าตายาย หรือระหว่างคนที่อยู่ด้วยกันโดยไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศ</p>

<p>เรามักเรียกความรุนแรงนี้ว่า เป็นแบบแผนเชิงบังคับข่มขู่ และ ควบคุม บางทีก็เรียกผู้ทำร้ายว่า &ldquo;ผู้กระทำความรุนแรง&rdquo;</p>

<p>ความรุนแรงในครอบครัวและในความสัมพันธ์ไม่ได้ยุติลงเสมอไปเมื่อความสัมพันธ์นั้นสิ้นสุดลง มันอาจเกิดขึ้นกับคนที่เคยเป็นคู่รักกันก็ได้</p>

<p>ผู้ทำร้ายใช้วิธีการหลายอย่างเพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจและการควบคุม เช่น:</p>

<p>การทำร้ายร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น การบีบคอ &nbsp;การทุบตี การผลัก และการขู่ว่าจะทำอันตราย</p>

<p>การกระทำรุนแรงทางเพศ &nbsp;การบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ หรือบังคับให้บุคคลอื่นกระทำเรื่องเพศที่เขาไม่เต็มใจทำ</p>

<p>การทำร้ายจิตใจ ด่าว่า ดูถูกเหยียดหยาม ปฏิบัติอย่างไม่ให้ความเคารพ</p>

<p>การทำให้โดดเดี่ยวจนไม่ได้รับความช่วยเหลือ &nbsp;แยกตัวออกจากครอบครัว และชุมชน &nbsp;หรือการใช้ครอบครัวและชุมชนเพื่อทำให้อับอาย &nbsp;นี่อาจรวมถึงการส่งข้อความหรือโพสต์ในเฟสบุ๊ค</p>

<p>การตามดูหรือติดตาม &lsquo;ทุกความเคลื่อนไหว&rsquo; รวมทั้งการติดตามบนอินเตอร์เน็ท &nbsp;ผ่านโซเชียลมีเดีย &nbsp;ใช้อุปกรณ์ติดตาม GPS เป็นต้น</p>

<p>การทำร้ายจิตใจ ยกตัวอย่างเช่น การตำหนิคนที่ถูกทำร้ายว่าเป็นต้นเหตุให้ผู้ทำร้ายมีพฤติกรรมเช่นนั้น &nbsp;การว่าผู้ถูกทำร้ายว่าพวกเขามีปัญหาทางจิตหรือเป็นโรคจิตชนิดกระวนกระวายใจมากเกินไป &nbsp;การบิดเบื่อนความจริงโดยจงใจ &nbsp; การเคลื่อนย้ายของใช้ส่วนตัวหรือเฟอร์นิเจอร์แล้วปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ &nbsp;และการปฏิเสธว่ามีพฤติกรรมการทำร้าย</p>

<p>การทำร้ายทางการเงิน เช่น การไม่ให้ค่าใช้จ่ายเพื่อกินอยู่ หรือ &lsquo;เงินสำหรับแม่บ้าน&rsquo; &nbsp;การห้ามไม่ให้ทำงาน &nbsp;การให้ข้อมูลเท็จแก่ระบบให้เงินเลี้ยงดูบุตร &nbsp; การข่มขู่บังคับให้เซ็นเอกสารกฎหมายและกฎหมายการเงินที่ทำให้อีกคนเป็นหนี้ &nbsp;การใช้อำนาจบังคับเอาเงินจากอีกคนหนึ่ง</p>

<p>การห้ามไม่ให้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อหรือความศรัทธา หรือการบังคับให้อีกฝ่ายมีความศรัทธาหรือความเชื่อซึ่งไม่ใช่ความเชื่อของเขา</p>

<p>การทำร้ายหรือขู่จะทำร้ายคนรัก รวมถึงเด็ก</p>

<p>การทำร้ายหรือขู่จะทำร้ายสัตว์เลี้ยง</p>

<p>การทำร้ายทางกฎหมาย เช่นการใช้ประโยชน์จากระบบกฎหมายครอบครัวเพื่อทำให้อับอาย ทำให้หมดแรง ทำเพื่อเอาเปรียบหรือทำให้อีกฝ่ายหมดศักดิ์ศรี</p>

<p>ผู้ทำร้ายสามารถแสดงความควบคุมได้หลายแบบซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละความสัมพันธ์ &nbsp; &nbsp; ในบางความสัมพันธ์ &nbsp;การไม่ให้ยาที่ใช้เป็นประจำก็เป็นการควบคุมรูปแบบหนึ่ง พฤติกรรมที่เป็นการบังคับข่มขู่ เช่น การขู่ฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายตัวเองเมื่ออีกฝ่ายพยายามจะบอกเลิก ก็เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการควบคุมด้วย &nbsp;ในสถานการณ์ที่ผู้หญิงที่มีความพิการต้องพึ่งพาอีกคนหนึ่งให้ช่วยเหลือหรือดูแล &nbsp;การเลิกดูแลหรือการใช้การดูแลนั้นเป็นเครื่องมือเพื่อควบคุมเป็นการใช้อำนาจที่ยอมรับไม่ได้ &nbsp; การแทรกแซงเรื่องการเลี้ยงดูบุตร โดยการห้ามกล่อมเด็กทารกหรือห้ามให้นมแม่กับเด็กทารกก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความรุนแรงในครอบครัวและในความสัมพันธ์ด้วย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/2023031524f70f8582ce6d3ac251d14e1f1ed9d0132720.png' type='image/png' length='622454' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กลยุทธ์รับมือการเลิกบุหรี่]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/165882</link>
<guid isPermaLink="false">c189acd1ac04961e614e753112027dc5</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 10:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>โทษของการสูบบุหรี่<br />
เรารู้กันอยู่แล้วว่าบุหรี่มีโทษภัยร้ายแรงทั้งตัวผู้สูบและบุคคลรอบข้าง วันนี้จึงได้นำข้อมูลที่เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่มาทบทวนกันให้ทราบถึงโทษของบุหรี่ หลักๆ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้งดสูบบุหรี่ หรือเลิกสูบบุหรี่ ดังนี้<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;บุหรี่ เป็นชื่อเรียกชนิดหนึ่งของ ยาสูบ ซึ่งมีคนนิยมมากที่สุด<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ยาสูบ เป็นพืชที่ปลูกได้ในทุกสภาพดินและ อากาศ ส่วนที่สร้างปัญหาทางด้านสุขภาพขอยาสูบคือ &ldquo;ใบ&rdquo;<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ใบ ยาสูบ มีส่วนประกอบต่างๆ มากกว่า 4,000 ชนิด เมื่อเกิดการเผาไหม้ ทั้งสารเคมีที่มีพิษและ ไม่มีพิษ ซึ่ง ส่วนใหญ่คือสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ความดัน โรคหัวใจ<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;การสูบบุหรี่ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศลดลง ฟันเหลือง ตาแดง เล็บเขียว มีกลิ่นปาก<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;บุหรี่ คือ ฆาตรกรเงียบ ที่ทำร้ายชีวิตของเราโดยไม่รู้ตัว ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำร้ายคนข้างกาย คนที่เรารักอีกด้วย<br />
กลยุทธ์รับมือการเลิกสูบบุหรี่<br />
1. เลิกโดยเด็ดขาดทันทีทันใด จะเห็นผลดีกว่าการลดปริมาณ หากเราสามารถอดทนได้ใน 2-3 วันแรก โอกาสเลิกสูบบุหรี่ก็จะเป็นไปได้สูง<br />
2. ออกกำลังกายเบาๆ อย่างน้อยวันละ 30-40 นาที เพื่อสร้างกิจกรรมระหว่างการเว้นว่างเพื่อสูบบุหรี่ และการออกกำลังกายกลับเป็นการกระตุ้น ซ่อมแซมร่างกายที่เสียหายจากบุหรี่อีกด้วย<br />
3. หายใจช้าๆ ลึกๆ และ หลีกเลี่ยงสุรา ชา หรือกาแฟ เพราะจะทำให้เกิดอาการอยากสูบบุหรี่<br />
4. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเดิม ๆ ที่จะก่อให้เกิดการสูบบุหรี่<br />
5. สามารถใช้หมากฝรั่งเคี้ยวระหว่างวัน เพื่อทำให้รู้สึกปากไม่ว่างได้<br />
6. ปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำ หรือการใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/20230314761e98eed17d09f8067673b479aeb8aa104023.png' type='image/png' length='347133' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/165877</link>
<guid isPermaLink="false">7db0b892c0c9aefd481f4cc16cc39911</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>โรคซึมเศร้ากำลังรุกเร้าสู่สังคมไทย<br />
ในช่วงเวลาหลายปีมานี้ สื่อต่างๆ มีการนำเสนอข่าวคนดัง ข่าวอาชญากรรม และแม้แต่ข่าวการฆ่าตัวตายที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับการเป็นโรคซึมเศร้าออกมาอย่างต่อเนื่อง เราจึงควรตระหนักว่า โรคซึมเศร้าใกล้ตัวเรากว่าที่คิด เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองหรือคนรอบข้างกำลังเสี่ยงหรือเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ เพราะข่าวที่ออกมาก็ไม่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคในเชิงลึกสักเท่าไหร่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักโรคซึมเศร้าในแง่มุมต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการระแวดระวังและหาทางป้องกันหรือรีบรักษา<br />
โรคซึมเศร้ากับสถิติอันตราย<br />
ปัจจุบันโลกของเรามีประชากรราว 7.6 พันล้านคน และมีคนเป็นโรคซึมเศร้าถึง 300 ล้านคน หรือเกือบ 4% เลยทีเดียว ส่วนในคนไทยเองนั้นพบว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าถึง 1.5 ล้านคน หรือ 2.2% ของคนไทยทั้งหมด 69 ล้านคน และน่าตกใจว่าคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จถึง 4,000 คนต่อปี ซึ่งสาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตายก็คือโรคซึมเศร้านั่นเอง<br />
โรคซึมเศร้าคืออะไร<br />
โรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสมองในส่วนที่มีผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม รวมถึงสุขภาพทางกาย แต่ที่คนส่วนใหญ่รู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าก็มักจะนึกถึงเพียงอาการหรือสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไป จึงคิดว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดหวัง หรือการได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ และจะสามารถรักษาหรือแก้ไขได้ด้วยการให้กำลังใจ ซึ่งในความจริงแล้ว โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาท 3 ชนิด คือ ซีโรโตนิน นอร์เอปิเนฟริน และโดปามีน จึงจำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์ เพราะนอกจากจะต้องบำบัดอย่างถูกวิธีแล้ว ยังอาจจะต้องใช้ยาในการรักษาร่วมด้วย พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และเหตุเสี่ยงโรคซึมเศร้า<br />
ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประกอบไปด้วยพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิต หากมีฝาแฝดคนหนึ่งเป็นโรคซึมเศร้า หรือ bipolar ฝาแฝดอีกคนมีโอกาสเป็นสูงถึง 60-80% หากคนในครอบครัวที่เป็นญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) ที่เป็นโรคซึมเศร้า ก็จะมีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป 20%<br />
อาจสรุปได้ว่าระหว่างพันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่ส่งผลให้เป็นโรคซึมเศร้านั้นเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 40:60% การใช้ยาบางอย่างก็ส่งผลให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ เช่น ยานอนหลับบางตัว ยารักษาสิว ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์<br />
ท้ายที่สุด... เราไม่สามารถรักษาหรือบำบัดโรคซึมเศร้าได้ด้วยตัวเอง หากเริ่มรู้สึกว่าชีวิตของตนเองไม่ปกติ ขาดความสมดุล มีความเครียดสูง การพบจิตแพทย์ก็เหมือนกับการตรวจสุขภาพใจให้เราเข้าใจสภาพจิตใจของตนเองในขณะนั้น &nbsp;แพทย์จะแนะนำวิธีป้องกันและปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้นด้วยการปรับวิธีคิด หรือรักษาด้วยการใช้ยา เพราะปัญหาทางด้านจิตใจหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนั้น ไม่ใช่มีสาเหตุจากโรคซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว การพบจิตแพทย์จะช่วยให้เราได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[6 วิธีช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ช่วยโลก ช่วยเรา]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/165861</link>
<guid isPermaLink="false">c83792c9c77d3ce1397d4cba536b5e68</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 10:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>1.&nbsp;งดเผาขยะ&nbsp;งดจุดธูป&nbsp;เปลี่ยนมาใช้ธูปไฟฟ้า</p>

<p>&nbsp; &nbsp;การเผาขยะจะทำให้เกิดการเผาไหม้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มควัน&nbsp;และฝุ่นพิษให้อากาศ&nbsp;นอกจากนี้ควรปรับเปลี่ยนการจุดธูป&nbsp;ซึ่งปกติจะทำให้เกิดฝุ่นจากธูป&nbsp;และควัน&nbsp;มาใช้ธูปและเทียนแบบไฟฟ้า&nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดปริมาณควัน&nbsp;และลดอัตราการเกิดอัคคีภัยในช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้งได้ด้วย&nbsp;ซึ่งแนวทางการแก้ไขในเรื่องของการเผาขยะ&nbsp;โดยการหมุนเวียนทรัพยากร&nbsp;(Zero Waste)&nbsp;เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดขยะ&nbsp;นำสิ่งของกลับมาใช้ใหม่&nbsp;ใช้วัสดุทดแทน&nbsp;ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาขยะลงได้</p>

<p>2.&nbsp;ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ</p>

<p>&nbsp; &nbsp;การป้องกันฝุ่นด้วยการปิดหน้าต่างๆ&nbsp;และประตูบ้านตลอดเวลา&nbsp;อาจลดปริมาณฝุ่นทั่วไปได้&nbsp;แต่ฝุ่น&nbsp;PM 2.5&nbsp;เป็นฝุ่นที่มีอนุภาคเพียง&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอนซึ่งเป็นขนาดที่เล็กมากจนเครื่องปรับอากาศไม่สามารถดักจับได้&nbsp;ตัวช่วยในการดักจับฝุ่นด้วยเครื่องฟอกอากาศจึงเป็นทางเลือกที่คนหันมาใช้กันมากขึ้น&nbsp;เครื่องฟอกอากาศที่ขายในท้องตลาดมีหลายแบรนด์ให้เลือก&nbsp;แต่การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสม&nbsp;ควรคำนึงถึงขนาดของพื้นที่ห้องกับขนาดของตัวเครื่องให้เหมาะสมกัน&nbsp;จึงจะมีประสิทธิภาพที่ดี</p>

<p>3.&nbsp;ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ</p>

<p>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบันการปลูกต้นไม้ฟอกอากาศเป็นเทรนด์ที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก&nbsp;เพราะนอกจากให้ความสวยงามสบายตาแล้ว&nbsp;ยังทำให้อากาศภายในบ้านสดชื่นด้วย&nbsp;ต้นไม้ที่มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศและเป็นที่นิยมสำหรับการนำมาปลูก&nbsp;และวางตามจุดต่างๆ&nbsp;ของบ้าน&nbsp;มีหลากหลายพรรณไม้&nbsp;ยกตัวอย่างเช่น&nbsp;ต้นยางอินเดีย&nbsp;พลูด่าง&nbsp;เศรษฐีเรือนในเศรษฐีพันล้าน&nbsp;ลิ้นมังกร&nbsp;เขียวหมื่นปี&nbsp;เดหลี&nbsp;ไทรใบสัก&nbsp;กวักมรกต&nbsp;และยังมีอีกมากมาย&nbsp;ทั้งนี้ต้นไม้แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติและการดูแลที่แตกต่างกันไป&nbsp;ควรศึกษารายละเอียดก่อนนำมาปลูกด้วย</p>

<p>4.&nbsp;ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล</p>

<p>&nbsp; &nbsp;สาเหตุของฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50-60%&nbsp;มาจากการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน&nbsp;สังเกตได้ว่าบริเวณที่มีการจราจรติดขัดมักมีอากาศที่ขมุกขมัว&nbsp;เนื่องมาจากหลายปัจจัย&nbsp;เช่น&nbsp;การเสียดสีของยางกับพื้นถนนทำให้เกิดฝุ่นละออง&nbsp;อีกทั้งรถยนต์ยังปล่อยควันจากท่อไอเสีย&nbsp;หากผู้คนส่วนใหญ่ลดอัตราการใช้รถบนท้องถนน&nbsp;หันไปใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น&nbsp;ก็จะช่วยทำให้ปริมาณฝุ่นละอองที่เกิดจากปัญหาเหล่านี้ลดลงตามไปด้วยเช่นกัน</p>

<p>5.&nbsp;หมั่นเช็คสภาพรถ&nbsp;เพื่อลดควันดำ</p>

<p>&nbsp; &nbsp;การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ของทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จะทำให้เกิดควันดำ&nbsp;และมลพิษทางอากาศ&nbsp;จึงควรหมั่นตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพปกติ&nbsp;การใช้งานไม่ควรมีควันดำ&nbsp;หรือปล่อยควันดำขณะขับขี่&nbsp;เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อีกช่องทาง&nbsp;&nbsp; &nbsp;</p>

<p>6.&nbsp;หมั่นทำความสะอาดบ้าน</p>

<p>&nbsp; &nbsp;การทำความสะอาดบ้าน&nbsp;ปัดกวาดเช็ดถูเฟอร์นิเจอร์ด้วยผ้าชุบน้ำเพื่อป้องกันการกระจายของฝุ่น&nbsp;รวมทั้งการล้างอุปกรณ์เครื่องใช้&nbsp;เครื่องปรับอากาศ&nbsp;พัดลม&nbsp;แผ่นกรองอากาศ&nbsp;มุ้งลวด&nbsp;และเช็ดทุกซอกมุมของบ้าน&nbsp;เพื่อช่วยลดแหล่งสะสมของฝุ่นได้อย่างง่ายๆ</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดูแลตัวเองอย่างไรในภาวะ PM2.5 สูง]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/165859</link>
<guid isPermaLink="false">863ba9bc2f9c0d95ecca40683039ee19</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 10:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>1.&nbsp;ใส่หน้ากากประเภทที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;0.3ไมครอนได้&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากาก&nbsp;N95&nbsp;ที่ได้มาตรฐาน</p>

<p>2.&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในบริเวณที่มลพิษอากาศสูง</p>

<p>3.&nbsp;งดการออกกำลังกายกายนอกตัวอาคาร&nbsp;เช่น&nbsp;งดวิ่งในสวนสาธารณะชั่วคราว&nbsp;ให้เปลี่ยนมา</p>

<p>4.&nbsp;ออกกำลังกายภายในตัวอาคารแทน</p>

<p>5.&nbsp;หมั่นตรวจตราไม่เปิดหน้าต่างในช่วงภาวะ&nbsp;PM 2.5&nbsp;สูง&nbsp;เพื่อป้องกันฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;จากภายนอกเข้ามาในตัวอาคาร</p>

<p>6.&nbsp;ช่วยกันงดการเผาไหม้ที่&nbsp;&ldquo;ไม่&rdquo;&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;เช่น&nbsp;งดจุดเทียนในตัวอาคารและนอกตัวอาคารงดการเผาในที่โล่ง&nbsp;งดใช้รถดีเซลที่ปล่อยควันดำ</p>

<p>7.&nbsp;กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิศษ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้มีโรคประจำตัว&nbsp;เช่น&nbsp;โรคระบบทางเดินหายใจ&nbsp;โรคหัวใจ&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุและเด็ก</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/165856</link>
<guid isPermaLink="false">221468ef1dcef682748f6d8a1cf39d03</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 10:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>สาเหตุที่เกิดขึ้นจากผู้ขับรถ</strong></p>

<p>1.&nbsp;มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย&nbsp;เช่น&nbsp;ร่างกายอ่อนเพลีย&nbsp;ง่วงนอน&nbsp;หรือหลับใน&nbsp;สุขภาพ&nbsp;ไม่ดี&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;โรคลมชัก&nbsp;ตาบอดสี&nbsp;ตาพร่า&nbsp;น้ำตาลในเลือดต่ำ</p>

<p>2.&nbsp;มีความบกพร่องทางด้านจิตใจและอารมณ์&nbsp;เช่น&nbsp;มีความกลัดกลุ้มใจ&nbsp;วิตกกังวล&nbsp;อารมณ์&nbsp;หงุดหงิด&nbsp;ฉุนเฉียว&nbsp;มีความตึงเครียดทางอารมณ์</p>

<p>3.&nbsp;ขาดความรู้ความชำนาญ&nbsp;และประสบการณ์ในการใช้ถนน&nbsp;เช่น&nbsp;ขาดความรู้เรื่องความเร็ว&nbsp;ของรถ&nbsp;คาดคะเนความเร็ว&nbsp;หรือกะระยะทางไม่ถูกต้อง&nbsp;ไม่มีความรู้ความชำนาญในเรื่อง&nbsp;ลักษณะของยวดยานที่ใช้ขับ&nbsp;ไม่รู้กฎจราจร&nbsp;เป็นต้น</p>

<p>4.&nbsp;ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือข้อบังคับ&nbsp;เช่น&nbsp;ขับรถเร็ว&nbsp;ขับรถตัดหน้ารถอื่นระยะกระชั้น&nbsp;ชิด&nbsp;ขับรถล้ำช่องทางเดินรถ&nbsp;ขับรถแซงซ้าย&nbsp;หรือแซงขวาในที่คับขัน&nbsp;ขับรถตามหลังคน&nbsp;อื่นอย่างกระชั้นชิด&nbsp;ฝ่าฝืนป้ายหยุดขณะออกจากทางร่วม&nbsp;ขับรถย้อนศรทางเดิน&nbsp;รถ&nbsp;ขับรถฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร&nbsp;หยุดรถโดยกระชั้นชิด&nbsp;ฯลฯ</p>

<p>5.&nbsp;ไม่รู้จักป้องกันตนเอง&nbsp;เช่น&nbsp;ขับรถด้วยความประมาท&nbsp;ขาดความระมัดระวังความเร่งรีบใน&nbsp;การเดินทาง&nbsp;เสพยากระตุ้นประสาท&nbsp;ดื่มสุราขณะขับรถ&nbsp;ฯลฯ</p>

<p><strong>สาเหตุที่เกิดจากผู้ใช้รถใช้ถนน</strong></p>

<p>1.&nbsp;การขาดความระมัดระวัง&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้โดยสารขึ้นหรือลงรถโดยไม่ระมัดระวังในการปิด-เปิด&nbsp;ประตูรถ&nbsp;เดินถนนโดยไม่ระมัดระวังยวดยาน&nbsp;วิ่งตัดหน้ารถการวิ่งเล่นบนถนน&nbsp;ลื่นหกล้ม&nbsp;ลังเลใจในการข้ามถนน&nbsp;ฯลฯ</p>

<p>2.&nbsp;การไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร&nbsp;เช่น&nbsp;ห้อยโหนรถโดยสารรถประจำทาง&nbsp;ไม่ขึ้นหรือลงขณะรถ&nbsp;หยุด&nbsp;หรือที่ป้ายจอด&nbsp;ไม่ข้ามถนนตรงทางข้าม&nbsp;,&nbsp;สัญญาณหรือสะพานลอย&nbsp;ไม่เดินถนน&nbsp;ตามบาทวิถีหรือทางเท้า</p>

<p>3.&nbsp;ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์&nbsp;เช่น&nbsp;ข้ามถนนโดยออกจากหน้า&nbsp;หรือท้ายรถขณะที่รถยังจอดอยู่&nbsp;สัตว์เลี้ยงเดินข้ามถนนหรือวิ่งตัดหน้ารถ&nbsp;ฯลฯ</p>

<p>4.&nbsp;ความไม่สมบูรณ์ของร่างกายและ&nbsp;จิตใจ&nbsp;เช่น&nbsp;สภาพร่างกายที่อ่อนเพลียการดื่มสุรา&nbsp;ขณะเดินถนน&nbsp;เป็นต้น</p>

<p>เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและลดอุบัติเหตุ&nbsp;ผู้ใช้รถควรดูแลร่างการตนเอง&nbsp;และทำตามกฎระเบียบจราจรอย่างเคร่งครัด&nbsp;มิเช่นนั้นเราอาจกลายเป็นที่ทำให้เกิดเรื่องเศร้าบนท้องถนนได้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/2023031438a28e50bc296342bd2bc04dca23ca23100828.jpeg' type='image/jpg' length='268113' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[8 วิธี ลดอุบัติเหตุ ลดความเร็ว ในเขตชุมชน และในหมู่บ้าน]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/165848</link>
<guid isPermaLink="false">857cfd5cee64b9b3f94840d22c5ba04a</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 09:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>1.&nbsp;ใส่ใจเรื่องการข้ามถนนให้ถูกที่</p>

<p>หลายคนเมื่อเห็นว่าบนถนนไม่มีรถก็เลือกที่จะข้ามถนนบริเวณที่ไม่ใช่จุดที่ควรข้าม&nbsp;การข้ามถนนแบบนี้จะทำให้รู้สึกเคยชินและอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากความประมาทได้ในที่สุด&nbsp;ยิ่งไปกว่านั้นเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;หรือเยาวชนที่เห็นการข้ามถนนแบบนี้ก็อาจจะทำตามและเกิดอุบัติเหตุในที่สุดหรือในบางชุมชนไม่มีการจัดตำแหน่งสำหรับการข้ามถนนหรือไม่มีสัญลักษณ์ที่ระบุจุดข้ามถนนไว้&nbsp;ดังนั้นทุกคนในชุมชนทั้งผู้อยู่อาศัยต้องทำตามกฎและผู้มีอำนาจในการดูแลสาธารณูปโภคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในชุมชนก็ควรให้ความสำคัญเรื่องการจัดทำ&nbsp;ทางม้าลาย&nbsp;ทางเดินคนข้าม&nbsp;และสะพานลอยเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนในชุมชน</p>

<p>2.&nbsp;ในชุมชมควรมีแสงสว่างเพียงพอ</p>

<p>สำหรับการสัญจรในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;ถ้าในเขตชุมชนมีแสงสว่างไม่เพียงพอ&nbsp;ผู้ขับขี่รถไม่สามารถมองเห็นถนน&nbsp;สิ่งกีดขวางหรือคนที่กำลังข้ามถนนได้อย่างชัดเจน&nbsp;ทั้งหมดนี้อาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุที่ทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้&nbsp;ยิ่งถ้ารถที่ขับมามีการขับมาด้วยความเร็วสูงกว่ากำหนด&nbsp;เมื่อไม่เห็นสิ่งกีดขวางมาตั้งแต่ระยะไกลก็จะไม่สามารถเบรกได้ทันและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด&nbsp;ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการติดไฟส่องสว่างบริเวณถนน&nbsp;หรือถ้ามีอุปกรณ์บริเวณไหนชำรุดก็ต้องมีการแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการซ่อมบำรุงอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงเรื่องของอุบัติเหตุลง</p>

<p>3.&nbsp;ทำตามไฟจราจร</p>

<p>การให้ความสำคัญเรื่องของไฟจราจรเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญไม่ว่าจะขับขี่บนถนนใหญ่หรือในเขตชุมชนก็ตาม&nbsp;นอกจากผู้ขับขี่จะต้องให้ความสำคัญเรื่องไฟจราจร&nbsp;ผู้คนที่ต้องการข้ามถนนก็ต้องรอข้ามถนนตามสัญญาณเช่นกัน&nbsp;นอกจากนั้นถ้าหากมีการติดตั้ง&nbsp;เครื่องนับถอยหลังไฟจราจร&nbsp;ก็จะช่วยให้การข้ามถนนในชุมชนปลอดภัยขึ้น</p>

<p>4.&nbsp;ใช้ความเร็วเท่าที่ถูกจำกัด</p>

<p>ตามกฎหมายในเขตพื้นที่ชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นจะมีการจำกัดความเร็วในการขับขี่&nbsp;โดยปกติจะมีความเร็วไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;และถ้าขับขี่ในเขตที่มีการข้ามถนนบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;หน้าร้านค้า&nbsp;หน้าโรงเรียน&nbsp;ควรลดความเร็วลงเหลือประมาณ&nbsp;30&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น</p>

<p>5.&nbsp;ติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยลดความเร็วในการขับขี่</p>

<p>นอกจากบังคับให้จำกัดความเร็วตามที่กฎหมายจราจรกำหนด&nbsp;แต่บางครั้งผู้ขับขี่รถอาจเผลอลืมตัวใช้ความเร็วมากเกินที่ใช้ได้&nbsp;ดังนั้นถ้ามีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยบังคับให้รถต้องชะลอความเร็วลงบนถนนอย่างเช่น&nbsp;ยางชะลอความเร็ว&nbsp;จะทำผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วลงอย่างแน่นอน</p>

<p>6.&nbsp;ติดตั้งป้ายเพื่อใช้ในการเตือนและแนะนำเกี่ยวกับการขับขี่</p>

<p>ต้องยอมรับว่าป้ายสัญลักษณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีส่วนช่วยในการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ให้ระดัดระวังเรื่องการขับขี่มากขึ้นจริง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นป้ายจราจรที่ช่วยให้คนขับขับรถอย่างถูกกฎหมาย&nbsp;ป้ายแสดงความเร็วก็จะช่วยให้ควบคุมความเร็วได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ป้ายแจ้งเตือนบริเวณชุมชน&nbsp;จุดข้ามถนน&nbsp;ก็จะช่วยให้ผู้ขับลดความเร็วรถลงเป็นต้น&nbsp;ดังนั้นจึงควรมีการติดป้ายเหล่านี้อย่างชัดเจนในเขตชุมชนและถ้าป้ายเหล่านี้มีการชำรุดหรือไม่ถูกต้องก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว</p>

<p>7.&nbsp;ระมัดระวังเมื่อขับรถบริเวณทางแยก</p>

<p>ทางแยกหรือทางเลี้ยวเรียกว่าเป็นโลเคชั่นยอดฮิตในการเกิดอุบัติเหตุเลยทีเดียว&nbsp;เพราะเป็นจุดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าถนนอีกฝั่งมีรถขับมาหรือไม่&nbsp;จึงมาชนกันที่ทางแยกบ่อยครั้ง&nbsp;บางคนใช้วิธีบีบแตรส่งสัญญาณแต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์&nbsp;จึงควรมีการติดตั้ง&nbsp;กระจกโค้งจราจรบริเวณหัวมุมโค้งหรือมุมถนน&nbsp;กระจกนี้จะช่วยให้สามารถมองเห็นถนนอีกฝั่งได้ก็จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้นั่นเอง</p>

<p>8.&nbsp;ง่วงไม่ขับ&nbsp;เมาไม่ขับ</p>

<p>วิธีสุดท้ายเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญและเป็นเรื่องที่กำลังได้รับการรณรงค์ในสังคมของเราเป็นอย่างมาก&nbsp;หลายครั้งที่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการที่ผู้ขับมีสติที่ไม่สมบูรณ์อาจจะง่วงหรืออาจจะดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเกินไป&nbsp;ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุให้สูงกว่าเดิมมาก&nbsp;จึงถือเป็นความรับผิดชอบของทุกคนในสังคมว่าไม่ควรขับรถตอนเมาหรือง่วงนั่นเอง</p>

<p>ทั้งหมดนี้คือวิธีการลดความเร็ว&nbsp;ลดอุบัติเหตุในชุมชนที่&nbsp;ร้านไทยจราจร&nbsp;ได้รวบรวมมาให้ทุกคนนำไปปฏิบัติตามเพื่อยกระดับความปลอดภัยในชุมชนของทุกคน&nbsp;หรือนำไปตรวจสอบว่าในพื้นที่ชุมชนของตัวเองมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างครบถ้วนหรือไม่ถ้ายังไม่มีก็ควรแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีอำนาจในการดูแลเรื่องนี้มาดำเนินการอย่างเร่งด่วน&nbsp;เพื่อให้ชุมชนของทุกคนปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/2023031476a74cdb3dc86f3f3e35df77881e6e18100049.jpeg' type='image/jpg' length='159322' />
</item>
</channel>
</rss>
