<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[สินค้า OTOP]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/index/id/158</link>
<atom:link href="https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/index/id/158" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[กระติบข้าวไผ่ตะวัน]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/158/iid/165966</link>
<guid isPermaLink="false">e9720845909db8aa7e0eed39670f0cb6</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 13:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p dir="ltr">นางอ่อนสา หมื่นแก้ว ที่อยู่ ๑๕๓ หมู่ ๑๓ ตําบลยางคํา อําเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ได้เล่าว่ากลุ่มจักสานกระติบข้าวบ้านยางคํา หมู่ที่ ๑๓ ตําบลยางคํา อําเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งปี ๒๕๔๑ ประธานกลุ่ม คนปัจจุบันคือ นางอ่อนสา หมื่นแก้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ไว้ให้คงอยู่และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ในระยะแรกๆ จะมีเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถไปทําการเกษตรได้และอยู่เลี้ยงลูกหลานที่บ้าน โดยจะทําในช่วงเวลาว่าง ต่อมา มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงหมู่บ้านและต้องการจํานวนมากสมาชิกจึงขยายออกไปสู่ คนทุกเพศ วัย ระดมกันในครอบครัวช่วยกันสาน เดิมจะสานเฉพาะกระติบข้าวทรงกลม ที่ชาวอีสานนิยมใส่ข้าวเหนียวไว้บริโภค แต่ปัจจุบันจะมีรูปทรงให้เลือกมากมาย มีทุกขนาด ใช้สําหรับเป็นของที่ระลึก ที่ใส่เครื่องประดับ เช่น ปินโตไร้สาย กระติบข้าวรูปหัวใจ นอกจากนั้นก็สานภาชนะต่างๆ ได้ทุกอย่างแล้วแต่ลูกค้าจะสั่ง โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รูปแบบผลิตภัณฑ์ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจากเครือข่าย KBO จังหวัดขอนแก่น ได้รับการคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชน ระดับ ๔ ดาว ปัจจุบันทําให้ผลิตสินค้าได้ไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของลูกค้า</p>

<p dir="ltr">องค์ประกอบ/วิธีการทําอาชีพ ประกอบด้วย : ไม้ไผ่ มีด ก้านตาล สีธรรมชาติ</p>

<p dir="ltr">ขั้นตอนการผลิต</p>

<p dir="ltr">เลือกไม้ไผ่อายุพอเหมาะ ประมาณ ๒-๓ ปี ตัดเป็นท่อนๆ นําไม้ไผ่มาจักเป็นตอก เส้นเล็ก/ใหญ่ ขนาดความยาว ตามความต้องการ สานตามรูปร่างและขนาดที่ต้องการ ประกอบส่วนต่างๆ ขาตั้ง หูหิ้ว นําเครื่องจักสานที่เสร็จเรียบร้อย ไปลมควันเพื่อป้องกันมอด</p>

<p dir="ltr">ประโยชน์ใช้สอย</p>

<p dir="ltr">- ใช้ใส่อาหาร - ของที่ระลึก</p>

<p dir="ltr">การพัฒนา/ต่อยอด/สร้างสรรค์</p>

<p dir="ltr">หลังจากการจัดตั้งกลุ่มกระติบข้าวของชาวบ้านบ้านยางคํา ตําบลยางคํา อําเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ ๑ พ.ศ. ๑๕๔๑ ที่ผ่านมา โดยได้รับงบประมาณจากศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อ.หนองเรือ เพื่อหารายได้เสริม หลังว่างจากงานประจําก็คือเกษตรกรรม เพื่อผลิตสินค้างานหัตถกรรมจักสาน โดยมีการขยายเครือข่ายภายในหมู่บ้าน ในรูปแบบของการทํางานเป็นทีม และเดินหน้าพัฒนาศักยภาพของสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการสนับสนุนส่งเสริม จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับโฉมเครื่องจักสานของหมู่บ้านแห่งนี้ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ ส่งออกที่ขึ้นชื่อของ จ.ขอนแก่น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/20230314a43f65b24d3303309cfc8bddc749f620134033.png' type='image/png' length='1087993' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไก่ย่างเขาสวนกวาง]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/158/iid/165930</link>
<guid isPermaLink="false">943a12fb310acd3743c4cffe0ea61e5b</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 11:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ไก่ย่างเขาสวนกวางมีชื่อเสียงกันมานาน ต้นกำเนิดของไก่ย่างจริงๆแล้วอยู่ที่ เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น สมัยนี้ผู้คนเริ่มหันมากินไก่ย่างคู่กับส้มตำกันเยอะมาก ซึ่งก็แน่นอนว่าที่ร้านต้องขายข้าวเหนียวส้มตำ ไก่ย่างด้วย ลักษณะของไก่ย่างเขาสวนกลางจุดเด่นของที่ร้านคือเวลาย่างจะย่างทั้งตัว ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ไม่มีการแบ่งส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวไก่ออกไป ยกเว้นแค่เครื่องในไก่เท่านั้นที่แยกชิ้นส่วนขาย</p>

<p>แต่กว่าที่จะมีชื่อเสียงมาเป็น<a href="https://taokaemai.com/%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/"><em><strong>ไก่ย่างเขาสวนกวาง</strong></em></a>ในทุกวันนี้ ก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ซึ่งชาวบ้านบ้านทางพาดขายไก่ย่างกันในเขตชุมชน (สี่แยกไฟแดงเขาสวนกวางในปัจจุบัน) เขาจะขายแค่เพียงข้าวเหนียวไก่ย่าง ข้าวเหนียวก็จะห่อด้วยใบตอง ราคาห่อละ 50 สตางค์ เอกลักษณะของไก่ย่างจากที่นี่คือ ไก่จะเป็นไก่พื้นเมืองแท้ๆ ที่เลี้ยงเองตามธรรมชาติ ราคาตกตัวละประมาณ 4-5 บาท ขายกันเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่มีความขยันขันแข็ง</p>

<p>เกิดจุดเปลี่ยนแลปงเมื่อปี พศ.2507 ที่พ่อค้าแม่ค้างดขายปิ้งปลาขาย เพราะเกิดข่าวลือที่ว่า ปลาที่นำเข้าจากเขื่อนอุบลรัตน์เป็นปลากินคน เพราะมีเรือสาวรำวงเกิดอุบัติเหตุล่มอยู่กลางลำน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ทั้งคณะสาวรำวงได้เสียชีวิตทั้งหมดและคาดว่าจะถูกปลาในเขื่อนกิน นับตั้งแต่นั้นมาจึงไม่มีใครนำปลามาปิ้งขาย อาหารที่ปิ้งเพียงอย่างเดียวก็คือไก่ ทำให้ธุรกิจการปิ้งไก่ย่างยิ่งขายดีมากขึ้นไปอีก ส่วนอาหารอย่างอื่นที่นอกเหนือจากเนื้อสัตว์จะเป็นของป่าและผลิตผลทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง น้อยหน่า แตงโม แตงไทย กล้วยและข้าวหลามมัด เป็นต้น</p>

<p>พอความเจริญเริ่มเกิดขึ้น ถนนหนทางจากที่เป็นถนนลูกรังก็ได้เริ่มลาดยางมะตอย คราวนี้พ่อค้าแม่ค้าเลยมาขายไก่ย่างที่ริมถนน กลุ่มที่มาขายก่อนคือ นางให วิเศษวุฒิ (ภรรยาของกำนันสนั่น วิเศษวุฒิ) กำนันตำบลเขาสวนกวาง ที่มีบทบาทมากในยุคนั้น แม่ค้าที่เคยได้รับรางวัลครั้งประกวดย่างไก่ในปี ในระดับประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2517 ก็มาจากตลาดสดเขาสวนกวาง คือ นางพิมพ์ ทิพย์สอน</p>

<p>ระยะหลังๆ ก็มีพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ละแวกเขาสวนกวางหันมาย่างไก่ขายกันมากขึ้น โดยนิยมย่างไก่ทั้งตัว ลักษณะการคีบไก่ที่โดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การห่อไก่ด้วยกระดาษขาวแทนกระดาษหนังสือพิมพ์ และคราวนี้เริ่มขายไก่บนรถโดยสารประจำทางหรือรถทัวร์บ้างแล้ว</p>

<p>ต่อมาพ่อค้าแม่ค้าก็มีร้านเป็นของตนเอง ทั้งขายหน้าร้านและขายไก่สดๆส่งให้ลูกค้าที่สั่งซื้อ และวิ่งขายตามถนนมิตรภาพทุกวัน ทำให้เกิดเป็นธุรกิจภายในหมู่บ้าน ธุรกิจภายในครัวเรือนในที่สุด อาจจะกล่าวได้ว่าแบรนด์ &ldquo;<em><strong>ไก่ย่างเขาสวนกวาง</strong></em>&rdquo; ไม่ได้เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะแต่เป็น เพราะชาวบ้าน ต.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่นมีความขยันขันแข็ง ร่วมมือร่วมใจกัน ทำให้ไก่ย่างเขาสวนกวางเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาจนถึงทุกวันนี้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/202303140bbc866de882a3b3fe80650def10f3bc115814.png' type='image/png' length='1254233' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้าวโพดข้าวเหนียว]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/158/iid/165924</link>
<guid isPermaLink="false">57443a948967389f8888b8c50eeafa07</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 11:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><u><strong>ข้าวโพด</strong></u>&nbsp;เป็นพืชพวกหญ้า นิยมปลูกแพร่หลายในประเทศไทยและต่างประเทศ คนไทยรู้จักรับประทานข้าวโพดในรูปของฝักสด ต้มหรือเผา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียว ข้าวโพดมีลำต้นแข็งแรงและตั้งตรงคล้ายต้นอ้อย ความสูงของลำต้นแตกต่างกันไปตามพันธุ์อาจสูงตั้งแต่ ๓๐ เซนติเมตร ไปจนถึง ๖ เมตร ลำต้นเป็นปล้องๆ อาจมีตั้งแต่ ๘-๒๐ ปล้อง ช่อดอกตัวเมียซึ่งจะเจริญเป็นฝักข้าวโพดเกิดที่ข้อประมาณกลาง ๆ ต้น ต้นหนึ่งอาจมีหลายฝักก็ได้ สำหรับช่อดอกตัวผู้นั้น อยู่ตรงส่วนยอดของลำต้น เนื่องจากมีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันอยู่ในต้นเดียวกัน ข้าวโพดจึงเป็นพืชที่ผสมข้ามตามธรรมชาติ กล่าวคือ ละอองเกสรตัวผู้จากต้น หนึ่งจะปลิวไปผสมกับดอกตัวเมียของต้นอื่นเป็นส่วนมาก การปลูกข้าวโพดทำได้ง่าย เนื่องจากข้าวโพดขึ้นได้ดีเกือบทุกท้องที่ที่มีความชื้นเพียงพอ ในแถบร้อน แถบอบอุ่น และแม้แต่แถบหนาวก็ปลูกข้าวโพดได้ ที่ดินเหมาะแก่การปลูกข้าวโพด เพราะระบายน้ำได้ดี ก่อนปลูกควรเตรียมดินให้ดี การปลูกใช้เมล็ดปลูก โดยหยอดเมล็ดลงไปในหลุมๆ ละ ประมาณ ๒-๓ เมล็ด ระยะระหว่างหลุมห่างกันประมาณ ๕๐ เซนติเมตร และควรเป็นแถวห่างกันประมาณ ๑ เมตร</p>

<p><u><strong>ข้าวโพด</strong></u>&nbsp;บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นการรวมกลุ่มกันของชาวบ้านหนองบัว โดยปลูกข้าวโพด แทนการทำนา และนิยมปลูกข้าวโพดพันธุ์ข้าวเหนียว มีรสชาดหอมหวาน อร่อย ไม่เหมือนที่ใด จนมีชื่อเสียงระดับประเทศ สามารถสร้างรายได้ ให้แก่ชาวบ้านหนองบัวเป็นอย่างมาก</p>

<p><u><strong>ความโดดเด่น</strong></u></p>

<p>1. ใช้เป็นคำขวัญของอำเภอบ้านฝาง เนื่องจากเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สร้างอาชีพ สามารถเลี้ยงตนเองได้ จนเป็นเอกลักษณ์/สัญญลักษณ์ความโดดเด่นของอำเภอ ( คำขวัญอำเภอบ้านฝาง .....ถิ่นกำเหนิดพันธ์ไม้ฝาง บึงสวางแหล่งพักผ่อน ออนซอนหินช้างสี&nbsp;<strong>ของดีข้าวโพดหวาน&nbsp;&nbsp;</strong>สืบสานวัฒนธรรม ผู้นำประชาคุ้ม.....)</p>

<p>2. เป็นสินค้าการเกษตรที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวตำบลหนองบัว เป็นอาชีพหลักของชาวบ้าน รายได้ต่อครอบครัว ปีละไม่น้อยกว่า 100,000 บาท</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/20230314939aa65ccf6d0c69f67f34c81f0be11d114907.png' type='image/png' length='965369' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้าวทับทิมชุมแพ]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/158/iid/165913</link>
<guid isPermaLink="false">49fca2825a0dc09986605f6b39197b86</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ข้าวทับทิมชุมแพ</strong> เกิดจากการผสมพันธุ์ของสายพันธุ์ข้าวระหว่างข้าวเจ้าขาวดอกมะลิ ซึ่งเป็นสายพันธุ์กลายที่มีลักษณะ ต้นเตี้ย ต้านทานโรคไหม้ ไม่ไวต่อช่วงแสงเป็นแม่พันธุ์ กับข้าวเจ้าพันธุ์สังข์หยดพัทลุง ซึ่งเป็นข้าวเจ้าที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ไวต่อช่วงแสง อายุหนัก ต้นสูง มาเป็นพ่อพันธุ์ ความเป็นมาของข้าวทับทิมชุมแพนั้นเกิดขึ้นที่ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ในฤดูนาปรัง 2549 ได้มีการคัดเลือกข้าวพันธุ์ผสมแบบสืบตระกูล ชั่วที่ 1 - 6 ในฤดูนาปี 2549 &ndash; 2554 ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ และชั่วที่ 7 ในฤดูนาปี 2555 ที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ โดยปลูกแบบเปรียบเทียบผลผลิตในสถานีในฤดูนาปี 2556 หลังจากนั้นนำผลผลิตมาวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางเคมี ที่ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระฟีโนลิกและลาโวนอยด์และฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคราม ปลูกประเมินลักษณะประจำพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ และทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญในฤดูนาปี 2557 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวนาชลประทานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่</p>

<p><br />
1.ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์<br />
2.ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา<br />
3.ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร<br />
4.ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น<br />
5.ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ<br />
6.ศูนย์ข้าวหนองคาย<br />
7.ศูนย์วิจัยข้าวอุดรธานี</p>

<p><br />
ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตในแปลงนาเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 8 แห่ง รวมทั้งปลูกทดสอบการตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจนที่ศูนยิ์จัยข้าวอุดรธานี และประเมินการยอมรับของเกษตรกร จังหวัดขอนแก่น และนครราชสีมา ในฤดูนาปี 2558 ประเมินการยอมรับของผู้ใช้ประโยชน์ที่จังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. 2558 ประเมินการยอมรับของเกษตรกรผู้ใช้ประโยชน์ ผู้ประกอบการ ปละผู้บริโภคที่จังหวัดขอนแก่น นครศรีธรรมราช และ กรุงเทพมหานคร วิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพทางเคมี และการหุงต้มรับประทานเพื่อการรับรองพันธุ์ ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี พ.ศ.2559</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ลักษณะประจำพันธุ์</p>

<p>เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุออกดอก 50 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 106 วัน มีลักษณะกอตั้งตรง ความสูงประมาณ 113 เซนติเมตร ลำต้นแข็งมาก ใบสีเขียว ปลายใบอยู่ในแนวตั้ง ใบแก่ช้า ใบธงยาว 43.6 เซนติเมตร กว้าง 2.14 เซนติเมตร มุมใบธงตั้งตรง รวงยาว 28.7 เซนติเมตร ลักษณะรวงแน่นปานกลาง คอรวงสั้น จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 167 เมล็ด เมล็ดร่วงยาก เปลือกสีฟาง ข้าวเปลือกมีความยาวเฉลี่ย 10.17 มิลลิเมตร กว้าง 2.47 มิลลิเมตร หนา 1.96 มิลลิเมตร ข้าวกล้องสีแดง มีความยาวเฉลี่ย 7.75มิลลิเมตร กว้าง 2.04 มิลลิเมตร หนา 1.74 มิลลิเมตรจัดเป็นข้าวเจ้าเมล็ดยาว รูปร่างเมล็ดเรียว (อัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง 3.80)ลักษณะท้องไข่ขุ่นทั้งเมล็ด คุณภาพการสีดีได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวร้อยละ 49.40 คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดี โดยข้าวสารหุงสุกนุ่ม ข้าวกล้องและข้าวซ้อมมือหุงสุกนุ่มข้าวกล้องหุงสุกมีสีแดงใสคล้ายสีของทับทิม (Ruby) ระยะพักตัวของเมล็ด 6 สัปดาห์</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>คุณค่าทางโภชนาการ</p>

<p>ข้าวทับทิมชุมแพมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระฟีนอลิกสูง และฟลาโวนอยด์สูง ซึ่งสูงกว่าข้าวพันธุ์สังข์หยดพัทลุง (ปริมาณฟีโนลิก 4,661.05มิลลกรัมต่อ100กรัม และปริมาณฟลาโวนอยด์ 2,989.21 มิลลกรัมต่อ100กรัม) โดยสารต้านอนุมูลอิสระทั้งสองมีส่วนช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ช่วยให้เม็ดเลือดไม่จับตัวเป็นก้อนจนอุดตัน ป้องกันการเกิดมะเร็ง อีกทั้งยังมีปริมาณอมิโลสต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เมื่อหุงสุกจะนุ่มมาก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/2023031427576ed1064652fbb93db671352b59c8112802.png' type='image/png' length='1189860' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กุนเชียง บ้านไผ่]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/158/iid/165911</link>
<guid isPermaLink="false">570f63d2bd67e82902b78f6017d56137</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 11:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>กุนเชียงระดับตำนาน</strong>&nbsp;สุดยอดของฝาก สูตรดั้งเดิมจากเมืองจีนอายุกว่า 100 ปี พัฒนาจากรุ่นสู่รุ่น ขายดีการันตีรางวัลสินค้าโอทอป 5 ดาว ทายาทรุ่นที่สาม เปิดเผยร้านบ้านไผ่ลิ้มซินเฮียง ตั้งอยู่ภายในตลาดสด หน้าสถานีรถไฟ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของฝากของคนในชุมชน โดยเฉพาะกุนเชียงที่เปิดจำหน่ายมานานกว่า 100 ปี โดยมีลูกค้ามาทำการเลือกซื้อเพื่อเป็นของฝากและรับประทานกันภายในครอบครัวกันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน จนกลายเป็นกุนเชียงในตำนานที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและคนขอนแก่นที่มาทำการเลือกซื้อ&nbsp;อย่างมาก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/202303145d0586c472e96f9b8db1ec4ad0655dfd112602.png' type='image/png' length='948505' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หม่ำเมืองพล]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/158/iid/165903</link>
<guid isPermaLink="false">4cb8ae896013fd31943d5e40c002c621</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 11:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><font color="#000000">&quot;หม่ำ&quot; เป็นอาหารพื้นบ้านของคนอีสาน&nbsp;</font><font color="#000000">และถือว่าเป็นการถนอมอาหารที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของชาวอีสานอย่างหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายไส้กรอก แต่แตกต่างกันที่ส่วนผสมข้างใน<font face="Tahoma">&nbsp;</font>ไส้กรอกจะมีส่วนผสมจำพวกเนื้อหมู หรือเนื้อวัว<font face="Tahoma">&nbsp;</font>มันหมู และข้าว&nbsp;แต่หม่ำนั้นจะมีส่วนผสมจากเนื้อหมูหรือเนื้อวัวบด ตับ<font face="Tahoma">&nbsp;</font>กระเทียม หรือเครื่องในมาบดสับให้ละเอียด และยัดในไส้หมูอีกที<font face="Tahoma">&nbsp;</font>สีของหม่ำออกสีเข้มกว่าไส้กรอกเล็กน้อย มีส่วนผสมมากกว่า<font face="Tahoma">&nbsp;</font>ทำให้หม่ำราคาแพงกว่าไส้กรอก</font></p>

<p><font color="#000000">ย่านการค้าที่สำคัญและเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดอยู่ที่ริมถนนมิตรภาพผ่านอำเภอพล<font face="Tahoma">&nbsp;</font>จังหวัดขอนแก่น สองข้างทางมีแผงขายหม่ำห้อยเรียงราย&nbsp;จะมีรถจอดแวะแผงขายทั้งวันทั้งคืน<font face="Tahoma">&nbsp;</font>สร้างรายได้ให้ชุมชนจนกลายเป็นสินค้าโอท็อปของอำเภอพล&nbsp;ซื้อฝากเพื่อนฝูงญาติมิตรช่วงเทศกาล<font face="Tahoma">&nbsp;</font>ร้านค้าที่เป็นแหล่งผลิตหม่ำที่ขึ้นชื่อของอำเภอพล&nbsp;ได้แก่&nbsp;<br />
1. ร้านพนารัตน์&nbsp;ถนนมิตรภาพ&nbsp;บ้านโนนเพ็ก&nbsp;ตำบลหนองแวงโสกพระ โทรศัพท์<br />
<a href="tel:086-8534203">086-8534203</a><br />
2. ร้านโนนเพ็ก&nbsp;ถนนมิตรภาพ&nbsp;บ้านโนนเพ็ก&nbsp;ตำบลหนองแวงโสกพระ<br />
3. ร้านโนนเพ็ก 2 ถนนเมืองพล - แวงน้อย&nbsp;ตำบลเมืองพล&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;<br />
<a href="tel:087-9468747">087-9468747</a><br />
4. ร้านภูมิสุข ถนนมิตรภาพ<br />
5. ร้านกันตาไก่ย่าง ถนนมิตรภาพ โทรศัพท์&nbsp;<a href="tel:089 - 7108023">089 - 7108023</a></font></p>

<p><u><font color="#000000">ประโยชน์ของหม่ำ</font></u><br />
<font color="#000000">โครงการการพัฒนากรรมวิธีการผลิตหม่ำอนามัย&nbsp;</font><font color="#000000">ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทีมของ ดร.อนุกูล วัฒนสุข ระบุว่า กระเทียมที่เป็นส่วนผสมในปริมาณสูงทำให้มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์และเชื้อราหลายชนิด แบคทีเรียแลคติก ยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคด้วยวิธีการผลิตกรดแลคติก และทำให้ พีเอช ของอาหารลดลง&nbsp;</font><font color="#000000">นอกจากนี้ ยังผลิตสารอื่นๆ เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ แบคเทอริโอซิน ซึ่งมีผลในการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ชนิดอื่น ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารดีขึ้น&nbsp;ผู้ผลิตควรจะเพิ่มปริมาณตับมากขึ้นในส่วนผสม แต่สีผลิตภัณฑ์อาจจะคล้ำ</font></p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/20230314ba4f6fa121f781811f57bceb331f27d0111419.png' type='image/png' length='1055222' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผ้าไหมบ้านหัวฝาย]]></title>
<link>https://khonkaen.prd.go.th/th/content/category/detail/id/158/iid/165898</link>
<guid isPermaLink="false">87318d79e2921b8945a96b3d503bdccb</guid>
<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 10:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>กลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านหัวฝาย</strong></p>

<p><strong>สถานที่ผลิต</strong>&nbsp;เลขที่ 46 บ้าน หัวฝาย หมู่ 2 ตำบล ปอแดง อำเภอ ชนบท จังหวัด ขอนแก่น 40000</p>

<p><strong>ติดต่อ</strong>&nbsp;นางสุภาณี ภูแล่นกี่</p>

<p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong>&nbsp;ผ้าไหมและลวดลายไหม มีต้นกำเนิดมาแต่บรรพบุรุษ โดยเริ่มมาจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แล้วนำไปสาวเป็นเส้นไหมเล็ก ๆ ต่อจากนั้นก็นำไปฟอก มัดเป็นลายต่าง ๆ เช่น ลายกงเจ็ด ลายกระจับหว่าน ลายน้ำฟองเครือ ลายกงห้า ลายขาเปีย ฯลฯ ต่อมามีการพัฒนาโดยการนำลวดลายโบราณ หลากหลายลายมาดัดแปลง เติมสีสัน เกิดเป็นลวดลายใหม่ ๆ ผ้าไหมมัดหมี่ของอำเภอชนบท ได้รับรางวัลจากการส่งเข้าประกวดงานต่าง ๆ มากมาย และลวดลายถือเป็นสุดยอดและเป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่มีที่ไหนเลียนแบบได้ ลวดลายสีสัน ประยุกต์กับยุคสมัยนิยม และสอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น เอกลักษณ์เหล่านี้ จึงทำให้ผ้าไหมมัดหมี่ของอำเภอชนบท มีมนต์เสน่ห์ น่าหลงใหล และภูมิปัญญาที่งดงามเหล่านี้ ก็มีกลุ่มที่สืบทอดภูมิปัญญา ได้อย่างงดงาม นั่นคือ กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 2 ตำบลปอแดง อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น เป็นหมู่บ้าน OTOP VILLAGE CHAMPION ( OVC) ของจังหวัดขอนแก่น เป็นหมู่บ้านที่มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมครบวงจร เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการทอผ้าไหมของอำเภอชนบท และของจังหวัดขอนแก่น ฟองน้ำหัวฝาย คือลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งเป็นลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านหัวฝาย สืบเนื่องจากบ้านหัวฝาย เป็นหมู่บ้านที่มีหนองน้ำ หัวฝาย ชุมชนได้ใช้ประโยชน์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความสัมพันธ์กับหนองน้ำ บรรพบุรุษของบ้านหัวฝาย มองเห็นคลื่นฝองน้ำจากหนองน้ำ เห็นว่ามีความสวยงาม จึงนำมามัดหมี่เป็นลาย และตั้งชื่อลายผ้าไหมว่า &ldquo; ลายฟองน้ำหัวฝาย&rdquo; จนมีชื่อเสียงและเป็นลายผ้าไหมที่สวยงามของบ้านหัวฝายมาจนถึงทุกวันนี้ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตของชาวบ้านหัวฝายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีความเกี่ยวพันกับผ้าไหมมัดหมี่ เป็นอย่างมาก ด้วยการแต่งกายด้วยผ้าไหมมัดหมี่ในงานพิธีต่าง ๆ โดยเฉพาะลายน้ำฟอง มีการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาเหล่านี้ ให้คงอยู่เคียงคู่บ้านหัวฝายตลอดไป ดั่งคำขวัญที่ว่า &ldquo; ชนบทเมืองไหม เที่ยวไปภูระงำ น้ำศักดิ์สิทธิ์ภูหัน ดูตะวันหนองกองแก้ว &rdquo;</p>

<p><strong>จุดเด่นผลิตภัณฑ์</strong>&nbsp;ผ้าไหมที่ผลิตจากกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหัวฝาย เป็นผ้าไหมที่มีคุณภาพ มีสีสัน ลวดลาย สวยงาม ประณีต มีความหลากหลาย ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น ( มผช.) มีการควบคุมคุณภาพการผลิต สีไม่ตก และมีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการของตลาด และปรับลวดลายและสีสันให้ทันสมัยอยู่เสมอ และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกเพศทุกวัย ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทุกชิ้น ถักทอด้วยฝีมืออันละเอียด ประณีต สวยงาม</p>

<p><strong>มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ</strong><br />
- ผลการคัดสรร OTOP 4 ดาว ปี 2552<br />
- มาตรฐาน มผช.เลขที่ 17(1 )/ 2556<br />
- ผลการคัดสรร OTOP 5 ดาว ปี 2553</p>

<p>กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย เกิดจากการรวมกลุ่มของคนในหมู่บ้าน ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีจิตสำนึกที่จะสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ จึงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มทอผ้าไหม มีความสามัคคีกันในกลุ่ม อีกทั้งวัตถุดิบต่างๆ ก็เป็นวัตถุดิบในท้องถิ่น ตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อีกทั้งยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน และทำให้คนในชุมชน มีอาชีพ มีรายได้ มีกิจกรรมร่วมกันส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน ทำให้หมู่บ้าน หัวฝาย เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง และเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมครบวงจร เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องการทอผ้าไหมสำหรับผู้สนใจได้ศึกษา</p>

<p><strong>วัตถุดิบ</strong>&nbsp;1. เส้นไหมยืน 2. เส้นไหมพุ่ง 3. สีย้อม 4. ฟาง 5. ด่างฟอก / ล้าง</p>

<p><strong>ขั้นตอนการผลิต</strong><br />
1.จากการเลี้ยงไหม โดยนำตัวอ่อนของไหม (ดักแด้)มาเรียงไว้ในกระด้งเลี้ยงไว้ประมาณ 1 เดือน โดยให้อาหาร 4-5 ครั้งต่อวัน<br />
2.หลังจากนั้น จะได้ตัวไหมที่เข้าฝักเรียบร้อย แล้วก็เตรียมนำไปต้ม เพื่อทำการสาวไหม ส่วนหนึ่งจะแยกไว้ เพื่อเป็นพ่อ แม่พันธุ์ต่อไป<br />
3. นำไยไหมที่สาวได้มาทำการฟอกสี เพื่อให้ได้สีต่างๆ ตามต้องการ<br />
4. นำเส้นไหมที่ได้มาทำการฟอกสี เพื่อให้ได้สีต่าง ๆ ตามความต้องการจากนั้นก็นำไหมที่ทำการมัดไว้ ไปย้อมสี พอย้อมเสร็จก็นำไปตากให้แห้ง<br />
5. นำไหมที่ย้อมเรียบร้อยแล้วมาทำการปั่นใส่หลอด<br />
6. จากนั้นก็ทำการขึงผ้าใส่ที่ทอผ้า (หูก) แล้วนำมาใส่กระสวย แล้วทำการทอผ้าไหมขั้นต่อ ๆ ไป โดยระยะเวลาในการทอผ้า จะต้องใช้เวลานานพอสมควร และจะต้องมีสมาธิ มีความอดทนเป็น อย่าง มาก กว่าจะได้ผ้าไหมเป็นผืนผ้าที่มีความสวยงามประณีต</p>

<p><strong>เทคนิคในการผลิต</strong><br />
1. เลือกสรร วัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น เส้นไหม สีย้อมไหม ฯลฯ<br />
2. ในการฟอก การย้อม ต้องใช้ไฟ ที่มีอุณภูมิพอเหมาะ และอุณภูมิคงที่<br />
3. ในการมัดลายต้องใช้ความละเอียด ประณีต<br />
4. การทอต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ความละเอียด ประณีต<br />
5. ในการสร้างสรรค์ลาย ต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณี และประยุกต์ลายให้เกิดลายสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับยุคสมัย กับแฟชั่น และความต้องการของตลาด แต่อยู่บนพื้นฐานของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อม</p>

<p><strong>การดูแลรักษา </strong>ควรรักษาด้วยวิธีการซักแห้ง เพื่อให้คงสภาพเดิมอยู่เสมอ ในกรณีที่ซักด้วยมือ ควรใช้สบู่ที่มีกรดอ่อน ๆ ในน้ำอุ่น ห้ามขยี้ ห้ามใช้แปรงขัดถูแรง ๆ ควรตากผ้าไว้ในที่ร่ม และในขณะที่ผ้าเปียก ไม่ควรปิดผ้าแรง ๆ การรีดผ้าไหม ควรพรมน้ำให้ชุ่ม แล้วรีดด้านในของผ้า โดยใช้ความร้อนไม่เกิน 330 องศา ฟาเรนไฮต์ กรณีที่ใช้น้ำยาอัดกลีบ ควรใช้น้ำยาหลังจากพรมน้ำให้ชุ่ม เพื่อคงสภาพสีผ้าให้สดใส ไม่ควรใช้น้ำยาฉีดผ้าในขณะที่ผ้าแห้ง และควรแยกซักผ้าไหมออกจากผ้าชนิดอื่น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://khonkaen.prd.go.th/th/file/get/file/202303149272d25d31c63bc6d3e5e8578450a1fe105957.png' type='image/png' length='1334505' />
</item>
</channel>
</rss>
